Skip to content

บทความ

การเลี้ยงปลาสวยงาม

คุยเฟื่องเรื่องปลา ตอน “คุณครูครับๆ ผมเห็น พวกปลาเค้าลอก กัน “


หลายๆ คนอาจจะสงสัย ใช่ไหมครับ ว่าเจ้าปลาลอกนี่เป็นใครมาจากไหน หน้าตาเป็นยังไงกันหรอ แล้วทำไมต้องลอกกัน ไม่กลัวโดนจับได้หรอ อิอิอิ ไม่เกี่ยวครับ เจ้าปลาลอกในที่นี้ ผมจะขอกล่าวถึง เจ้าปลาสายเลือดครอสบรีดดังๆ ทั้งหลายที่ เมื่อเวลาลอกกันแล้ว เป็นได้เรื่องได้ราวกันทุกทีไปสิครับ ลองตามกันมาดูดีกว่าครับ ว่าเจ้าพวกนี้มีที่มาที่ไปยังไง แล้วเจ้าปลาลอกตัวไหนที่มาแรงแซงทางโค้งอยู่ในตอนนี้

ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ตอนเจ้าหมอสีเข้ามาประเทศสาระขันธ์ แห่งนี้ใหม่ๆ เพื่อนๆ พอทราบไหมครับ ว่าปลาหมอสีลอกในความคิดของเพื่อนๆ ที่เคยเห็นเป็นตัวแรกคือปลาอะไร เท่าที่จำได้ผมได้มีโอกาสแวะเดินไปแถวสวนจตุจักร ถามเจ้าของร้านขายปลาว่า ปลาสีแดงสดที่ลอยอยู่ในตู้เหล่านี้ เป็นปลาอะไรหรอครับ คำตอบที่ได้ ก็เพียงแต่ว่าเป็นปลาหมอสี ยังไม่มีการแบ่งแยกแบบปัจจุบันนี้หรอกครับว่า เป็นครอสบรีดหรือไม่ เจ้าปลานกแก้ว สีแดงสด ชวนสะดุดตา ลอยอยู่ในตู้สวยงามอย่างยิ่ง ด้วยความสวยและน่ารักในตัวปลาทำให้ผมต้องควักกระเป๋าสตางค์ซื้อมาเลี้ยงซะ สี่ตัว ในตอนนั้น สนนราคาตัวละ 250 เป็นปลานกแก้วขนาด 3 นิ้ว ถือว่าแพงมากครับ แต่ถือว่าเป็นปลาแปลกในสมัยนั้นเลยทีเดียว เลี้ยงไปเลี้ยงมา พบว่าเจ้าปลานกแก้วมีสีสรร สวยงาม เป็นที่สะดุดตา มีลีลาการว่ายที่น่ารักน่าชังเป็นอย่างยิ่ง


ต่อมาเมื่อมีการนำเข้าปลาหมอสีจากต่างแดนมากขึ้น ปลาลอกที่เป็นที่นิยมในสมัยนั้น ที่มาแรงแซงทางโค้ง ก็คงหนีไม่พ้นเจ้าเรดเดวิล หรือ บางคนอาจจะเรียกว่า เจ้าฟามิงโก้ นั่นเอง ในที่นี่จะขอเรียกว่าเจ้าเรดเดวิลแล้วกันนะครับ เจ้าเรดเดวิลนี่ จากบันทึกตามหลักฐาน ซากฟอสซิลของประเทศสาระขันธ์ พบว่า เป็นปลาจากทวีบอเมริกา เป็นปลาหมอสีขนาดใหญ่ เท่าที่พบ มีอยู่หลายเฉดสี เช่น สีแดง สีเหลือง หรือบางครั้ง มีสีขาวแซม ในสีแดงและเหลืองซึ่งในสมัยนั้น คนเลี้ยงเรียกเจ้าพวกนี้ว่า เรดเดวิล แฟนซี จุดเด่นของเจ้าปลาตัวนี้ เป็นปลาที่มีหัวโหนกใหญ่ สีสรรแดงหรือส้มสด เจ้าเรดเดวิลในสมัยนั้น สนนราคาค่าตัวถือว่าแพงทีเดียวเลยครับ เมื่อมีผู้นำเข้าปลาหมอสีจากหลายแหล่งเช่น พวกมาลาวี ฟรอนโตซ่า ความนิยมของเจ้าเรดเดวิลจึงตกไป

เมื่อเข้าสู่ปลายทศวรรษที่ 19 ในวงการปลาบ้านเราก็ได้มีเรื่องฮือฮา อีกครั้ง มีการแนะนำเจ้าปลาลอกตัวใหม่ เพื่อนๆ คงจำกันได้ดีน่ะครับ เจ้าไตรทองอันน่าภาคภูมิใจของเรา เจ้าไตรทองมีที่มาจากคำบอกเล่าต่อๆ กันมา เริ่มมาจาก ลุงสวัสดิ์ ซึ่งเป็นผู้เพาะพันธุ์ปลาสวยงาม พบว่า เจ้าไตรมาคู หรือที่บ้านเราเรียกว่าไตรเขียว ที่ทำการเพาะพันธ์ วันดีคืนดี เจ้าสีเขียวเข้มที่ตัวเกิดเริ่มจางและหลุดออก เป็นลักษณะคล้ายเขม่า ที่ติดตามตัวปลา และลอกออกเป็นสีเหลืองทั่วตัว บวกกับเอกลักษณ์ ของเจ้าไตรมาคูที่มีคอแดงพาดผ่าน ทำให้เจ้าไตรทองมาผงาด ติดลมบนในสมัยนั้น เป็นระยะเวลานานพอสมควร

เมื่อกระแสเจ้าไตรทองที่ยื่นผงาดมาเป็นระยะเวลานานเริ่มอ่อนกำลังลง เจ้าปลาลอกที่มาแรงแซงเจ้าไตรทอง ณ. เวลานั้น ก็ถึงคิวของเจ้าเท็กซัสแดง เท็กซัสแดงหรือที่พวกเราเรียกสั้นๆ ว่า เท็กแดง เป็นปลาที่เกิดจากการนำเจ้าเท็กซัสเขียวมาผสมเข้ากับเจ้านกแก้ว ซึ่งต่อมามีการนำปลาลอกสีแดงมาผสมกับเจ้าเท็กซัสเขียวเพื่อให้มีความหลากหลายเป็นเท็กซัสแดงที่มีรูปทรงที่สวยงามแตกต่างกันไป ปลาลอกสมัยนั้นที่นิยมนำมาผสมกับเท็กซัสเขียวในตอนนั้น ที่พอคุ้นหูก็มีทั้ง คิงคอง ซินแดง ไตรทอง ซึ่งลูกที่ออกมาจากแม่ปลาลอกที่กล่าวมาก็จะให้ความสวยที่แตกต่างกัน จากตรงนี้เพื่อนๆ อาจจะสงสัย คิงคอง กับเจ้า ซินแดงคือ ตัวอ่ะไรหรอ มีที่ไหนเอาปลามาผสมกับคิงคอง จะได้หรือ??? คำตอบมีดังนี้ครับ เจ้าคิงคอง ในที่นี้หมายถึง ปลาที่มีที่มาที่ไปเหมือนกับเจ้าปลานกแก้วหละครับ

ส่วนซินแดงก็เช่นกัน เจ้าพวกนี้ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของปลาครอสบรีดบ้านเราเลยที่เดียวครับ การเพาะพันธุ์เจ้าพวกนี้ ที่ฟังจากคำบอกเล่าของผู้ที่เคยทำการเพาะพันธุ์ โดยการนำเจ้าซินสไปลุ่มมาผสมพันธุ์กับเจ้าเรดเดวิล ลูกที่ออกมาจะมีหลายแบบในคอกหนึ่งๆ แบบแรกก็จะเป็นเจ้านกแก้วเสียส่วนใหญ่ ถ้าจงอยปากปิดเข้าหากัน พวกเราก็จะขนานนามว่า คิงคอง นั่นเอง ส่วนถ้ามีตัวไม่กลมแบบนกแก้ว ยาวออกมาตามรูปร่างของเรดเดวิล พวกเราก็จะเรียกเจ้าปลาตัวนี้ว่า ซินแดง นั่นเองครับ
เจ้าเท็กซัสแดง ถือได้ว่ามาสร้างความดังไม่หยุดฉุดไม่อยู่ ทำให้กระแสปลาครอสบรีดบ้านเรา มีผู้คนสนใจอย่างกว้างขวางหลังจากที่เจ้าไตรทองได้เป็นตัวปลุกกระแสไปก่อนหน้านี้แล้ว ในช่วงนั้นเจ้าเท็กซัสเขียวกับเจ้านกแก้วถือได้ปลา ตลาดมีความต้องการสูงมาก ใครมีตัวเมียที่เป็นนกแก้วไว้ในครอบครองถือได้ว่า เป็นท่านต่อทีเดียวหละครับ สนนราคาเท็กแดงที่เคยเป็นข่าวจากทางหน้าหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ ในงานประมงน้อมเกล้า ที่จัดในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งก่อนจะมีการแยกงานเป็นสองงานกัน เคยบันทึกไว้ถึง ตัวละ หนึ่งล้านบาท เล่นทำให้ผู้ที่เพาะพันธุ์ปลาสวยงามในสมัยนั้น ตื่นตัวในเจ้าครอสบรีดกันมากขึ้นอย่างมากมาย

มีน้ำขึ้นก็ต้องมีน้ำลง เท็กแดงก็เปรียบเช่นน้ำที่เมื่อขึ้นถึงจุดสูงสุดแล้วก็ต้องลงอันเป็นวัฎจักรของสายน้ำ ปัญหาที่ทำให้เจ้าปลาลอกตัวนี้ถึงจุดอิ่มตัวในเวลานั้น หรือที่พวกเราชอบเรียกอยู่เสมอว่า ปลาขาลง ก็มีหลายปัจจัย ทั้งตัวปลาเอง และพ่อค้าขายปลาในเวลานั้น ในที่นี้จะขอกล่าวถึงแต่ปัญหาในตัวปลาเอง ผู้ที่นิยมชมชอบในเท็กแดงในเวลานั้นจะพบว่า ลูกปลาเท็กแดงที่ซื้อไปจากร้านขายปลาในเวลานั้นที่ยังไม่ลอก ต้องใช้เวลานานมากในการลุ้นเพื่อที่จะได้ปลาลอกสักตัวหนึ่ง ซ้ำร้ายในเจ้าเทกแดงตัวหนึ่งๆ ยังต้องมานั่งลุ้น นอนลุ้นเจ้ามุกตามตัวปลาอีกต่างหากด้วย เล่นทำให้ผู้ที่นิยมชมชอบหลายๆๆท่าน บอกลากับการอดทนรอไปเสียมาก นอกจากนี้แล้ว เจ้าเทกแดงยังเป็นปลาที่โตช้ามากเมื่อเปรียบเทียบกับเจ้าไตรทองที่โด่งดังมาก่อนหน้านี้แล้ว

แพลทตินั่ม หลายๆ คนอาจจะคุ้นกับชื่อนี้มาบ้าง มีการนำเสนอเจ้าปลาตัวนี้ครั้งแรกในงานประมง สนนราคาก็ถือว่าจัดจ้านทีเดียวเลย ผู้ที่ทำการเพาะพันธุ์ เท่าที่ทราบมา เพื่อนๆ ในวงการเรียกว่า เฮียผอม ลักษณะของปลาจะมีรูปร่างคล้ายกับเจ้าฟาวเว่อร์ฮอน แต่มีลักษณะเด่นที่ลวดลายบนใบหน้าที่สะดุดตาสีขาวเงาวาว อันเป็นที่มาของชื่อ เจ้าแพลทตินั่มหลังจากถูกแนะนำในวงการปลาหมอสีบ้านเรามาได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร

เมื่อพูดถึงเจ้าฟาวเว่อร์ฮอน ในบ้านเราทำให้ผมนึกถึงเจ้าฟาวเว่อร์ฮอนลอก หรือที่เรามักเรียกว่า เฟรมออฟเดอะฟอเรสต์ เจ้าปลาตัวนี้ก็คือเจ้าฟาวเว่อร์ฮอนลอกนั่นเอง ลักษณะเหมือนเจ้าฟาวเว่อร์ฮอนทุกประการแต่จะมีลักษณะการลอกของสีปลาออกเป็นสีเหลืองอมแดง แต่เนื่องจากปลาลักษณะนี้มีน้อยมาก จึงทำให้เป็นที่นิยมในหมู่คนที่เสาะหาเท่านั้น
คุยถึงตอนนี้เพื่อนๆๆ ต้องขอเบรกทานน้ำเสียก่อนครับ ในหัวข้อที่ขึ้นต้นนี้ ที่พวกเรากำลังพุดถึงปลาลอกอยู่ แต่ปลาตัวต่อไปต้องขออนุญาตยกเว้นครับ เจ้านี่ไม่ใช่ปลาลอก แต่เป็นตัวต้นของปลาที่ผมจะกล่าวถึงปลาตัวที่มาแรงแซงโค้งอยู่ในปัจจุบันนี้

ซุปเปอร์เรดซิน หรือซุปซิน เจ้าปลาสายเลือดใหม่ตัวนี้ ได้ถูกนำเสนอในวงการปลาบ้านเรา ถึงสองครั้งสองครา ครั้งแรกเท่าที่รู้มา ได้มีการนำเสนอเจ้าซุปซิน หลังจากที่เทกซัสแดง เริ่มอ่อนกำลัง ผมเคยเห็นซุปซินครั้งแรก ถือว่าเป็นปลาที่สวยงามมากในเวลานั้นๆๆ ด้วยความบังเอิญอย่างใดไม่ทราบ แถวบ้านของผมถือได้ว่าเป็นตลาดซุปซินทีแรกเลยทีเดียวก็ว่าได้ ตอนนั้นเจ้าซุปซินที่ผมเห็น สนนราคาครั้งแรก ราคาตัวละ 5000 บาท ซึ่งถือว่าแพงมาก ผมได้มีโอกาสไปเดินดูปลากับน้องๆที่ซึ่งเป็นผู้ที่หลงใหลในเจ้าหมอสีเหมือนผม ต่างหันมามองหน้ากัน แล้ว แอบออกมานินทานอกร้าน ว่า โห!! ปลาอะไรนี่ ราคาตั้ง 5000 บาท โอเว่อร์ไปหรือเปล่านี่ แต่เพื่อนๆๆเชื่อไหมครับ อาทิตย์ต่อมา ผมได้มีโอกาสมาดูปลาที่ร้านเดิม ราคาพุ่งยิ่งกว่ายานอวกาศซะอีก จาก 5000 บาทต่อตัว เป็น 10000 และ 20000 บาท ในเวลาแค่สามอาทิตย์เอง

หลังจากนั้นเจ้าซุปซินก็เริ่มติดจรวดลูกแรก ในเวลาต่อมา ซุปเปอร์เรดซิน ทำไมถึงแรงแซงไม่หยุดในเวลานั้น เท่าที่สังเกตุและจากคำบอกเล่าของเพื่อนๆๆสรุปตรงกันว่า ซุปเปอร์เรดซิน มีเอกลักษณ์ของความสวยงามในตัวปลา อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของปลาตัวนี้ หน้าตาน่ารัก ประกอบกับความขี้เล่น และได้มีการนำเสนอถึงสีแดงแนวใหม่ ที่มีคนพูดถึงกันบ่อยๆๆในเวลานั้น คำว่า แดงลาม เป็นคำที่ชวนสงสัยอย่างยิ่งว่า เป็นแดงในลักษณะใด ยิ่งทำให้ทีคนสนใจกันมากขึ้นกันตามลำดับ แต่เนื่องด้วยเหตุผลประการใดไม่ทราบได้ กระแสเจ้าซุปซินก็มีอันตกหายไปสักพักหนึ่ง จากการคาดเดา น่าจะเกิดจากการที่ปลาแต่ละช่วงอายุของผู้ที่ทำปลา เกิดขาดช่วงในสมัยนั้น มีขายกันเฉพาะแต่ตัวโตๆ จึงทำให้ตลาดถูกจำกัดอยู่ในคนที่มีกำลังซื้อในเวลานั้นเท่านั้น เมื่อปลาเล็กขนาดสามนิ้วเริ่มเข้าสู่ตลาด กระแสเจ้าซุปซินก็กลับมาอีกครั้งเป็นคำรบสอง


“Red Shock” ได้ถูกนำมาเสนอสู่วงการสวยงามปลาบ้านเรา เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี่เอง เป็นที่ฮือฮากันอย่างมากกับเจ้าซุปเปอร์เรดซินสายใหม่ เพื่อนๆๆหลายๆ คนอาจจะสงสัย เจ้าเรดช๊อกนี่มีดีอย่างไร ทำไมถึงมาแรงแซงทางโค้งติดลมบนอยู่ ณ. เวลานี้ ถ้าเพื่อนๆ มีโอกาสสัมผัสกับเจ้าเรดช๊อค จะพบว่าเจ้าเรดช๊อกนี่ไม่ธรรมดาครับ ชื่อก็บอกอยู่แล้วครับ แดงจนน่าตกใจ นั่นคือความหมายที่ผู้ทำปลา คงอยากจะสื่อสารให้ผู้ที่นิยมชมชอบในเจ้าซุปซินรู้ถึงซุปซินสายใหม่เป็นแน่ และแล้วก็ไม่ผิดหวังครับ

เจ้าเรดช๊อก แดงได้สมใจอยากจริงๆ ครับ รูปร่างหน้าตาไม่ได้มีความต่างไปจากเจ้าซุปซินสายแรกๆ เลยครับ นิสัยการเล่นกับมือผู้เลี้ยงดู ก็ยังคงเป็นเสน่ห์เหมือนซุปซินไม่ผิดเพี้ยน เรดช๊อกอาจพูดได้ว่า เป็นการเติมส่วนที่ขาดหายไปในตัวของเจ้าซุปซินสมัยแรกๆ เลยทีเดียวเลยครับ

ข้อแนะนำสำหรับเพื่อนๆ ที่เลี้ยงปลาสายลอกอยู่น่ะครับ มีข้อแนะนำง่ายๆ ในการที่จะให้ปลาลอกไวดังต่อไปนี้น่ะครับ จากประสบการณ์ของผู้เขียนนะครับ

1. น้ำที่ใช้เลี้ยงควรมีค่า เป็นกรดอ่อนๆๆ อย่างที่พวกเราเรียกกันอยู่เสมอว่า น้ำแก่อ๊ะครับ ดังนั้นเมื่อเวลาเปลี่ยนน้ำปลาลอก ควรจะเปลี่ยนน้ำทีละน้อย ประมาณ 15 -20 เปอร์เซ็นต์ ไม่ควรเปลี่ยนน้ำทีละครึ่งตู้หรือทั้งหมด ควรเปลี่ยนน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้งเพื่อสุขภาพปลาที่ดีอยู่เสมอ

2. อาหารและวิตามินควรให้สม่ำเสมออย่าให้ขาด เพราะปลาต้องการอาหารและวิตามิน เพื่อใช้ในการสร้างเม็ดสี วิตามินที่แนะนำ เช่น วิตามินซี วิตามินบีคอมเพลกซ์

3. อย่าเปลี่ยนหรือย้ายปลาบ่อยๆๆ ควรจะให้ปลาอยู่ประจำตู้นั้นๆๆจนกว่าจะลอกเสร็จ

สำหรับเพื่อนๆ ที่ถือคติ จะถูกจะแพงขอแดงไว้ก่อน ก็ลองหาคำตอบให้กับตัวเองดูนะครับ ว่าปลาแบบใดสีใดที่โดนใจคุณ จะลอกแบบไหนแบบใด ก็สุดแล้วแต่ใจจะไขว่คว้านะครับ อย่าลืมมองดูงบประมาณในกระเป๋าด้วยหละครับ การเลี้ยงปลาสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นชนิดไหน สายพันธุ์ไหน แดงแบบใด อยู่ที่ใจของเพื่อนๆต่างหากครับ ว่าอยากจะแต่งเติมสีในใจเพื่อนๆ ให้เป็นสีแดงแบบใด เพื่อความสุขใจในการเลี้ยงปลาสวยงามเหล่านี้