Skip to content

บทความ

การเลี้ยงปลาสวยงาม

ได้เวลาส่ง "กระเบน" สัญชาติไทย ไปเมืองนอกอีกครั้ง...

ณ เวลานี้ กับสภาวะเศรษฐกิจที่ดูค่อนข้างจะย่ำแย่เช่นนี้ เราท่านๆ คงจะปฏิเสธไม่ได้กับผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจตกต่ำในปัจจุบัน ส่งผลให้หลากหลายแวดวงธุรกิจดูค่อนข้างจะซบเซาลงมากๆ ไม่เว้นแม้กระทั่ง ธุรกิจ " ปลาสวยงาม " ที่ดูเหมือนว่าจะได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ ที่ผ่านมาในช่วงระยะเวลาเดียวกัน...เราจะต้องก้มหน้ายอมรับสภาพเช่นนี้ กันต่อไปเรื่อยๆ อย่างนั้นหรือ...?...!!!

และเมื่อเอ่ยถึง " ปลาสวยงาม " ผมเองในฐานะหนึ่งในผู้ที่คลุกคลีอยู่กับ " ปลากระเบน " มาตั้งแต่ต้น ก็อดที่จะกล่าวถึง " ปลากระเบน " ไม่ได้ เพราะท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจปัจุบัน หากจะมองภาพกว้างๆ ในตลาดแล้วละก็ ภาพที่ปรากฏก็คือ จริงหรือที่... Polkadot...คนไม่นิยม...!!! / Pearl...ราคาร่วง...!!! / Motoro...ราคาตก...!!! / Sp. ...ไม่มีราคา...!!! ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่ต้องการคำตอบทั้งสิ้น...

แต่ก็น่าแปลกที่ในขณะนี้หลายคนลงความเห็นว่าเป็นช่วง " ขาลง " ของ " กระเบน " แต่เท่าที่ผมได้สัมผัสด้วยตัวผมเองกลับพบว่ายังมียอดค้าง " Order " อยู่เยอะมาก แต่จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที มันเป็นการสวนกระแสตลาดอย่างสิ้นเชิง เมื่อผมยังคงได้รับการติดต่อจากลูกค้าต่างชาติทั้งใน เอเซีย, ยุโรป และอเมริกา ถึงความต้องการ " กระเบน " จากเมืองไทยอยู่เป็นระยะตัวอย่างเช่นในเวลานี้ " จีน " ต้องการลูก " Motoro " จำนวนมาก แต่เรากลับไม่มีลูกปลาป้อนตลาด ทั้งๆ ที่ราคาซื้อ-ขายส่งลูกปลา ในปัจจุบันก็ลดลงเพียงไม่กี่เปอร์เซนต์เท่านั้น ซึ่งถือได้ว่ามีความต่างกันน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาก่อนหน้านี้

และเมื่อประมาณกลางเดือนมีนาคม ผมเองมีโอกาสได้ต้อนรับคณะลูกค้าจากประเทศ " ญี่ปุ่น " และได้พาไปเยี่ยมชมฟาร์มเพาะพันธุ์กระเบนในบ้านเรา โดยเฉพาะอย่ายิ่งกับฟาร์ม " Polkadot " แถวพระราม 2 ที่มี พ่อ-แม่พันธุ์ขนาด " มหึมา " จำนวนมาก เป็นที่ตื่นตา ตื่นใจ และเป็นที่ชื่นชอบ สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าเป็นอย่างมากถึงขั้นได้มีการจ่าย" มัดจำ " ทำสัญญาจองลูกปลา " Polkadot " ล่วงหน้ากันเลยทีเดียว

และเมื่อวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม ที่ผ่านมานี่เอง ผมได้มีโอกาสรับเชิญให้เข้าไปมีส่วนร่วมกับเพื่อน ที่ฟาร์ม " Polkadot " แถวพระราม 2 ในการจัดเตรียมส่งลูกปลา " Polkadot " ไปประเทศ " Taiwan " จำนวนเกือบ 30 ตัว ถือได้ว่าเป็น " Lot " ใหญ่ที่สุดในเวลานี้

ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นลูกปลาที่เกิดใน " ประเทศไทย " โดยฝีมือ " คนไทย "ทั้งสิ้น มูลค่ารวมทั้งสิ้นก็ " ล้าน " กว่าบาท และนี่ยังไม่รวมปลาที่รวบรวมจากบรรดาพรรคพวกอีกจำนวนหนึ่งที่จะต้องจัดส่งไปใน " Shipment " เดียวกันนี้อีกด้วย

มีข่าวแว่วตามหลังมาว่าลูกค้า " Taiwan " มาเมืองไทยคราวนี้ต้องควักกระเป๋าจ่ายค่า " กระเบน " ไปเกือบ 4 ล้านบาทเลยทีเดียว และนี่อาจจะเป็นบทพิสูจน์ที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้เพาะเลี้ยง " กระเบน " ในบ้านเราได้เป็นอย่างดีไม่มากก็น้อย

และหากจะมองว่านี่คือ " ความสำเร็จ " แล้วละก็ คงจะไม่เป็นการผิดแน่ที่มองเช่นนั้น เพราะตราบเท่าที่ผู้เพาะเลี้ยง " กระเบน " เพาะลูกออกมาแล้ว " ได้ขายย่อมเป็นการดีกว่าไม่ได้ขาย " เป็นแน่

ส่วนเรื่องของ " ความคุ้ม " หรือ " ผลกำไร " อันนี้คงจะต้องพิจารณาถึง " ตัวแปร " อื่นๆ กันดูอีกที แต่ที่จะบอกได้ ณ เวลานี้ก็คือ " ตลาด " ยังเปิดกว้างอยู่ ซิ่งทั้งนี้และทั้งนั้นนี่อาจจะหมายถึงสัญญาณที่จะบอกกับเราว่า " กระเบน " กำลังจะกลับมาอีกครั้ง...ก็เป็นได้...