0000305

ปลาสเตอร์เจี้ยน ( Sturgeon )

ปลาสเตอร์เจี้ยน ( Sturgeon )

Scaphirhynchus platorynchus

แหล่งที่อยู่อาศัย
ประเทศอิหร่าน, เม็กซิโก, อเมริกา, เคนตักกี้
ขนาดโตเต็มที่
1-5 เมตร (ขนาดนั้นขึ้นอยุ่กับสายพันธุ์)
อาหาร
สัตว์น้ำตัวเล็กๆ เช่นกุ้งฝอย หรือเนื้อปลา,เนื้อหมู
การสังเกตุเพศ
ส่วนใหญ่ตัวเมียจะตัวใหญ่กว่าตัวผู้
วิธีการสืบพันธุ์
วางไข่ (คล้ายกับปลาแซลมอนมาก)

ภาพอื่นๆ

ปลาสเตอร์เจี้ยน ( Sturgeon )
ก่อนอื่นอย่างแรกเลยนะครับ ผมต้องการแก้ในเรื่องของ กลุ่มครอบครัว(Order) ปลานี้จัดอยู่ในกลุ่มครอบครัวของAcipenseriformes และในเรื่องของครอบครัว(family) ปลาชนิดนี้อยู่ในกลุ่มAcipenseridae นะครับ ส่วนในเรื่องของสายพันธ์นั้นผมไม่สามารถเรียบเรียงชื่อให้ได้หมดนะครับเพราะว่า ปลาสเตอร์เจี้ยนนั้นมีหลากหลายสายพันธุ์มากๆ บางชนิดก็อาศัยอยู่ในทะเล หรือบางชนิดก็อาศัยในน้ำกร่อย จึงมีเยอะแยะมากมายเลยครับ ปลาสเตอร์เจี้ยนนั้น มีลักษณะโดยทั่วไป คือ มีหนวดที่ข้างใต้ปากของปลา หนวดเหล่านี้มีหน้าที่สัมผัสและรับคลื่นกระแสไฟฟ้าขณะที่ปลาว่ายน้ำ เพราะเนื่องจากปลาไม่สามารถมองเห็นวัตถุที่อยู่ด้านใต้ของลำตัว เพราะชนั้นหนวดเหล่านี้มีหน้าที่เหมือนมือที่คอยสัมผัสกับสิ่งของที่อยู่ข้างใต้ตัวของมันเองปละปลาชนิดนี้มีปากที่คอยดูดสิ่งที่มันสัมผัสได้จากหนวดของปลา ส่วนมากปลาชนิดนี้นั้นมักจะชอบอาศัยอยู่ก้นของแม่น้ำที่ๆ มีอุนหภูมิค่อนข้างเย็น ที่ซึ่งมันสามารถหาอาหารได้ง่ายกว่าอยู่บนผิวน้ำ น้ำที่เชี่ยวๆ นั้นช่วยให้ปลาชนิดนี้อาหารได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาหารส่วนมาก จะถูกพัดมากับน้ำที่เชี่ยว อย่างเช่น แมลงที่อยู่ในน้ำ, หนอน, และ สัตว์กระดองแข็งตัวเล็กๆ ( เช่น ลูกปู หรือ หอยตัวเล็กๆ) ส่วนลำตัวของปลาชนิดนี้จะเป็นบั้งๆ ตามลำตัวทั้งสองด้าน และ ส่วนกลางของบนลำตัว ปลาชนิดนี้จะมี ครีบ คู่หน้า ครีบทวาร และครีบหาง ปลาสเตอร์เจี้ยนนั้นมีความสัมพันธ์ระหว่างปลาสลามและปลากระเบน เนื่องจากปลาสเตอร์เจี้ยนเป็นปลาที่มีหลากหลายสายพันธุ์มากๆ มี 3-4 สายพันธุ์ ที่อาศัยชีวิตในน้ำทะเล และกลับมาวางไข่ในบ้านเกิดที่น้ำจืด (ซึ่งเหมือนกับปลาแซลมอน) แต่สิ่งที่ทำให้ปลาสเตอร์เจี้ยนนั้นเหมือนกับปลาฉลามและปลากระเบนก็คือ ลักษณะภายนอกอย่างเช่น ครีบหาง(ที่เหมือนกับปลาฉลาม) ปาก (ที่เหมือนกับปลากระเบน) การเลี้ยงดูปลาสเตอร์เจี้ยนนั้น การให้อาหารควรเป็นอาหารที่จมน้ำ(เพราะปลาจะไม่ว่ายน้ำขึ้นมากินอาหารเหมือนปลาชนิดอื่น) สามารถให้อาหารอย่างเช่น กุ้งฝอย หรือ เนื้อปลาสดก็ได้ น้ำในตู้ควรมีอุณหภูมิที่ค่อนข้างเย็นเล็กน้อยเพราะปลาจะชอบน้ำเย็นๆ ควรมีปั๊มน้ำในตู้ด้วย เพราะปลาจะชอบน้ำที่แรงๆ เชี่ยวๆ( เหมือนในธรรมชาติ) และปลาชนิดนี้ต้องการออกซิเจนสูง เนื่องจากเป็นปลาที่ว่ายน้ำตลอดเวลา จึงต้องการออกซิเจนในการฟอกโลหิตในตัวเองการเพาะพันธุ์ของปลาชนิดนี้นั้นเป็นไปได้ค่อนข้างยากในประเทศเราเพราะขาดปัจจัยในหลายๆ อย่าง เช่น อากาศที่ไม่เหมือนในธรรมชาติของปลา และผู้เพาะพันธุ์ยังค่อนข้างขาดประสบการณ์ และขาดความรู้ แต่ในส่วนของต่างประเทศนั้นฟาร์มส่วนมาก เค้าจะเพาะปลาชนิดนี้เพื่อขายไข่ของปลา (หรือไข่ปลาคาร์เวียร์ที่พวกเรารู้จักกันนั้นเอง) ซึ่งที่จริงแล้วทางต่างประเทศนั้นได้เปรียบเรื่องของปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น อากาศ และ ความรู้ของผู้เพาะพันธุ์ แต่ไม่ต้องห่วงครับ ผมเชื่อได้ว่าในไม่ช้าคนไทยเราก็สามารถ เพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้ขึ้นมาได้เอง การผสมพันธุ์ของปลาชนิดนี้นั้นจะเหมือนกับ ปลาแซลมอนมากๆ ก็คือ เมื่อปลาที่โตเต็มที่ ตัวเมียนั้นต้องมีอายุอย่างน้อย 6-7 ปี ขึ้นไป ส่วนตัวผู้นั้นต้องมี อายุอย่างน้อย 4-5 ปีขึ้นไป โดยที่ปลาทั้งหมดนั้นจะว่ายทวนสายน้ำที่เชี่ยวกลับขึ้นไปในที่ๆ พวกมันเกิดมา(หรือตั้งแต่ที่เป็นไข่นะครับ) ส่วนใหญ่นนั้น ปลาตัวเมียจะมีลักษณะใหญ่กว่าตัวผู้อย่างเห็นได้ชัด ปลาที่แข็งแรงที่สุดเท่านั้นที่จะสามารถกลับไปที่บ้านเกิดของพวกมันและผสมพันธุ์ เมื่อปลาทุกๆตัวมาถึงที่ๆพวกมันเกิด (หรือที่ผสมพันธุ์ของปลาผู้ใหญ่) ตัวเมียก็จะเริ่มหาทำเลที่จะวางไข่ ตัวเมียจะเลือกที่ๆ มีก้อนหินค่อนข้างมาก เพื่อที่ว่าเวลาปลาวางไข่นั้น ไข่พวกนั้นจะได้ติดอยู่กับซอกหินและเกิดเป็นตัวอ่อน ส่ วนของตัวผู้นั้น ทุกๆ ตัวก็จะคอยสู้กันเพื่อที่จะได้ผสมพันธุ์กับปลาเพศเมีย เมื่อปลาเพศผู้ที่สามารถเอาชนะเพศผู้ตัวอื่นได้แล้ว มันก็จะมาว่ายข้างๆตัวเมียเพื่อพร้อมที่จะผสมพันธุ์ เมื่อตัวเมียพร้อมที่จะผสมพันธุ์ ตัวเมียก็จะปล่อยไข่จำนวนมากออกมา (โดยประมาณ 50,000-60,000 ฟอง) ในเวลาเดียวกันตัวผู้ก็จะปล่อยสเปิร์มออกมาเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน เมื่อการผสมพันธุ์เสร็จสิ้นไข่ก็จะถูกทิ้งไว้โดยไร้จากการป้องกันจากพ่อแม่ปลา ในส่วนของพ่อแม่ปลานั้น ก็จะว่ายกลับไปที่ๆ มันอาศัยอยู่และใช้ชีวิตเหมือนเดิม และร อถึงฤดูกาลผสมพันธุ์อีกครัง ไข่ปลาที่ถูกทิ้งไว้นั้นจะมีขนาด 2-3 มิลลิเมตร ไข่ใช้เวลาทั้งสิ้น 7-8วันในการฟังเป็นตัว (ไข่ปลานั้นจะถูกวางไว้ในน้ำที่เชี่ยว เพราะ ไข่ปลาก็ต้องการออกซิเจนเหมือนกัน ส่วนไข่ปลาที่ไม่ได้ถูกผสมพันธุ์หรือไม่ได้ถูกวางในน้ำที่มีออกซิเจนเพียงพอไข่ก็จะเสียภายใน 24 ชั่วโมง) หลังจากลูกปลาที่ฟักออกมานั้น ลูกปลาก็จะได้สารอาหารจากถุงไข่แดงที่ติดตัวมา ในขณะเดียวกันนั้น ลูกปลาก็จะต้องหาอาหารกินเองเช่น สัตว์น้ำตัวเล็กๆ จนกว่าลูกปลาจะมีขนาด 6-7 นิ้ว ลูกปลาก็จะออกไปใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวซึ่งลูกปลาจะต้องพึ่งตนเองไปจนกว่ามันจะโตเต็มที่และกลับมาผสมพันธุ์อีกครั้งในที่ๆมันเกิดนี้เอง ปลาสเตอร์เจี้ยนนั้นตามธรรมชาตินั้นมีอายุมากที่สุดที่มีคนเคยพบเจอมาก็คือ 27 ปีด้วยกัน ซึ่งส่วนมากมักจะไม่เคยเห็นแก่เกินกว่า 30 ปี ขึ้นไป และนี้ก็คือวงจรชีวิตของปลาเสตอร์เจี้ยนครับผม